การดูแลคนที่เรารัก

การดูแลคนที่เรารัก ด้วย 5 สิ่งจำเป็นที่ห้ามบกพร่อง

หากผู้ที่เรารักมีสุขภาพร่างกายอยู่ในภาวะเสื่อมโทรม ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษจากผู้ดูแลและคนรอบข้างด้วยความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้อง

หากผู้ที่เรารักมีสุขภาพร่างกายอยู่ในภาวะเสื่อมโทรม ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษจากผู้ดูแลและคนรอบข้างด้วยความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้อง

การดูแลคนที่เรารัก ด้วยความรัก โดยเริ่มที่ “คนที่เรารัก” ย่อมต้องมี ความรัก เป็นพื้นฐาน ทุกชีวิต ทุกคน เมื่อเกิดมาย่อมได้สัมผัสกับความรัก โดยที่มีความรักเป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งความรักของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ความรักของญาติพี่น้อง ความรักของเพื่อน และความรักของคนรัก แม้กระทั่งทารกที่อยู่ในครรภ์ หากได้รับการดูแล ได้รับความรัก และความเอาใจใส่จากผู้เป็นแม่ จะส่งผลให้ทารกมีพัฒนาการ และการเจริญเติบโตที่ดี ความรักไม่ใช่แค่อารมณ์ความรู้สึก แต่ยังเกี่ยวข้องไปถึงสารเคมีในสมอง มาทำความเข้าใจความรัก และรู้จักรักให้เป็น จะทำให้เรามีความสุขทุกความสัมพันธ์

รักคือคุณค่าและความหมายแห่งชีวิตทุกคน
ความรักคือความอ่อนโยน ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ความรักเกิดจากความรู้สึกที่สวยงาม ความรักจะสวยหรือเศร้าอยู่ที่เราทำ
ความรัก ทำให้เราทำเพื่อคนที่เรารักได้ทุกอย่าง

Contents
Bioway Team
การดูแลคนที่เรารัก (พ่อแม่ หรือ ญาติผู้ใหญ่)
Nurse holding elderly man hand with cane on wheelchair in garden close up

หากผู้ที่เรารักมีสุขภาพร่างกายอยู่ในภาวะเสื่อมโทรม ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ จากผู้ดูแลและคนรอบข้างด้วยความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้อง

การดูแลคนที่เรารัก ด้วย 5 สิ่งจำเป็นที่ห้ามบกพร่อง

1. ให้คุณค่าแก่คนที่เรารัก

ให้คุณค่าแก่คนที่เรารัก ด้วยการแสดงความรัก อย่างอ่อนโยน  ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีภาวะใด เราต้องทำให้คนที่เรารักยิ้มและไม่กดดันด้านจิตใจ ด้วยการพูดคุย หาเรื่องราวที่น่าสนใจ หรือที่ท่านมีความชอบ มาแบ่งปัน มาเล่าสู่กันฟัง มาอัพเดตข้อมูลล่าสุด ซึ่งสามารถหาข้อมูลได้จาก google youtube เพื่อให้ท่านได้ผ่อนคลาย มีความสุขในเรื่องที่ชอบ ก็ส่งผลต่อจิตใจ ให้มีสบายใจ ไม่หงุดหงิดกับความไม่สบายของตัวเอง

2. ให้ความเข้าใจ

ให้ความเข้าใจ คือ การยอมรับ ไม่ยกข้อบกพร่องมากล่าว แต่เราต้องแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ อาจจะทำเป็นไม่เห็น ไม่กล่าวถึงข้อบกพร่องที่มีอยู่ จะได้ไม่กระทบกระเทือนจิตใจ เป็นเหตุให้รู้สึกหงุดหงิดใจได้ ถ้าหากข้อบกพร่องนั้น เราสามารถหาทางแก้ไขให้แล้วเสร็จได้ ก็จะไม่เป็นข้อบกพร่องอีกต่อไป เช่นแสงอาทิตย์ลอดใบไม้เข้ามาในห้อง และลงตรงตำแหน่งที่นอนทุกเช้า มันอาจเป็นข้อดีที่ทำให้ได้รับวิตามินจากแสงแดดยามเช้า แต่ในช่วงที่ท่านร่างกายอ่อนแอลง ดวงตาอาจจะสู้แสงที่แรงไม่ไหว หรือแสงแดดอาจจะแรงเกินกว่าที่ท่านจะทนไหว เราก็หาทางแก้ไขด้วยการ ติดผ้าม่านแบบบาง เพื่อกรองแสงแดดให้เบาบางลง และท่านก็ยังได้รับวิตามินจากแสงแดดอีกด้วย

3. ให้ความหวัง

ให้ความหวัง ด้วยคำพูดที่สร้างฝันแห่งความสำเร็จ ในการก้าวข้ามปัญหา ที่คนที่เรารักกำลังเผชิญอยู่ เช่นอาจจะบอกนัดหมายว่าเด็ก ๆ ลูกหลาน ที่ติดภาระกิจต้องไปเรียนหนังสือทุกวัน จะแวะมาค้างด้วยช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือ ถ้าทานยาตามหมอสั่ง อีก 3 เดือนไปตรวจติดตามผล แล้วอาการดีขึ้น เราจะไปเที่ยวทะเล ไปปิคนิค ค้างคืนนอนดูดาวกัน

การดูแลคนที่เรารัก

4. ไม่แสดงอาการ หรือพฤติกรรมที่จะกระทบกระเทือนต่อภาวะจิตใจ

ไม่แสดงอาการ หรือพฤติกรรมที่จะกระทบกระเทือนต่อภาวะจิตใจ แต่เราต้องทำร่วมกัน เช่น สองพี่น้องถูกพ่อแม่ดุ  พี่ชายทำท่าร้องไห้  น้องสาวเข้าไปชวนพ่อแม่คุยและถูกดุ น้องเดินมาหาพี่ชายและบอกว่าหนูก็ถูกดุเช่นเดียวกัน ไม่เป็นไรนะเราถูกดุเหมือนกัน พี่ชายก็ใจชื้น  สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ทำได้ด้วย การให้กำลังใจ
ในบางครั้งคนที่เรารัก อาจจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชะตากรรมที่ท่านได้พบเจอ จนต้องมาเป็นภาระให้คนอื่นต้องมาคอยดูแลอยู่อย่างนี้ ไม่มีอิสระในการทำสิ่งต่าง ๆ ยิ่งถ้าหากเราแสดงอาการเหมือนว่าเป็นภาระ ก็จะเป็นการไปกระตุ้นให้ท่านยิ่งคิดน้อยใจมากยิ่งขึ้น จนบางครั้งไม่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เก็บตัว เงียบ ไม่พูดไม่จา ไม่ทำอะไร เอาแต่นอนนิ่ง ๆ ซึ่งจะเป็นผลเสียอย่างร้ายแรงต่อคนที่คุณรัก

5. การดูแลความสะอาด

การดูแลความสะอาดในทุกเรื่อง เสื้อผ้า ที่นอน เครื่องใช้ต่าง ๆ จำเป็นอย่างยิ่งต้องไม่มีกลิ่น ในการทำความสะอาดนั้น ถึงแม้วัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อเกิดสุขอนามัย มีความสะอาด ป้องกันการติดเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ที่ตอนนี้อ่อนแอและภูมิคุ้มกันต่ำ จากสิ่งสกปรกรอบตัว ที่อาจจะมาจากเสื้อผ้า ที่นอน หรือของใช้ต่าง ๆ นี่จึงเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ในเรื่องการซักผ้าที่ใช้งานหรือสัมผัสกับร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วนั้น ก็มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ควรใส่ใจกับผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็น ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นองค์ประกอบ ที่อาจตกค้างบนเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดทำความสะอาดต่างๆ เมื่อมาสัมผัสกับตัวคนที่เรารัก อาจส่งผลให้ท่านยิ่งอ่อนแอลง จนอาจเกิดอาการแพ้ได้ และทำให้ท่านมีความทุกข์จากเรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็กนี้เพิ่มเข้ามาอีก

ในอีกส่วนที่มีความสำคัญก็เพื่อให้มีความเป็นระเบียบ สบายหู สบายตา ทำให้สบายใจไปด้วย จะหยิบจับอะไรก็หาเจอได้ง่าย ไม่ต้องค้นหากันนาน จนทำให้เสียอารมณ์กันทุกฝ่าย ในบางครั้งการทำความสะอาดก็ทำครบถ้วนสะอาดดีทุกอย่าง แต่ก็ยังหลงเหลือกลิ่นไม่พึงประสงค์ อาจสร้างความรำคาญให้ทั้งคนที่เราดูแล และตัวคนดูแลเอง จนบางครั้งต้องหาสเปรย์ดับกลิ่นมาฉีด เพื่อกำจัดกลิ่น แต่ในความจริงนั้น สเปรย์ดับกลิ่นที่ขายในท้องตลาด เป็นเพียงการกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ ด้วยกลิ่นสังเคราะห์เช่นกลิ่นดอกไม้ ผลที่ตามมาคือ เมื่อกลิ่นของสเปรย์ดับกลิ่นจางลง กลิ่นไม่พึงประสงค์ยังคงอยู่


การชำระล้างร่างกาย และ การขับถ่าย เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ผู้ดูแลไม่ควรละเลย ต้องหมั่นคอยดูแลเรื่องความสะอาดและความเปียกชื้น โดยเฉพาะหากคนที่เรารักมีการใส่สายสวนปัสสาวะเข้าไปภายในร่างกาย เพราะจะเป็นการเพิ่มโอกาสการติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้น ผู้ดูแลควรต้องระมัดระวังและใส่ใจดูแลในเรื่องความสะอาดเป็นอย่างมาก รวมทั้งการเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ เป็นประจำทุก 2 – 4 สัปดาห์ และทำความสะอาดสายสวนปัสสาวะด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือเอนไซม์ทำความสะอาด เพื่อขจัดคราบไบโอฟิล์ม ตามคำแนะนำของ ศาสตราจารย์ ดร.อะเคื้อ อุณหเลขะ หมั่นดูแลความสะอาดในการขับถ่าย เพื่อป้องกันการรับเชื้อต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย รวมทั้งการดูแลความสะอาดในช่องปากและฟัน ด้วยการบ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหาร และแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้า และ ก่อนนอน

การดูแลคนที่เรารัก

สภาพแวดล้อมของห้องนอน ต้องคำนึงถึงความสะอาด มีแสงสว่างที่พอเหมาะ อากาศถ่ายเทได้สะดวก และควรจัดตำแหน่งที่นอน และเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม กับการใช้งาน ไม่วางของเกะกะขวางทางเข้าออก เพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

ภาวะสุขภาพจิต   นอกจากปัญหาเรื่องสุขภาพจากความเสื่อมถอยของร่างกายแล้ว ปัญหาด้านสภาพจิตใจ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ดูแลจำเป็นต้องเอาใจใส่ เนื่องจากแต่ละคนมีภาวะของโรคแตกต่างกัน แต่สิ่งที่คล้ายกัน คือ ความเบื่อหน่าย และความทุกข์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ดูแลสามารถหากิจกรรมต่าง ๆ มาทำร่วมกับผู้ป่วย เพื่อผ่อนคลาย และลดความเศร้าลง ทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีได้

5 แนวทางปฏิบัติสำหรับ การดูแลคนที่เรารัก

1. สำรวจความรู้สึกที่เกิดขึ้น

เมื่อคนที่เรารักพบภาวะที่ต้องการกำลังใจ ตอบคำถามว่าอยู่เพื่อใคร  เช่นถามว่าหายแล้วจะพบใครบ้าง เป็นการให้ความหวัง ให้กำลังใจ เพื่อให้คนที่เรารักไม่รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง

2. ปฏิบัติต่อท่านได้ท่าทางปกติ

ความอายที่เกิดขึ้นเมื่อถึงคราที่ต้องมีการจับเนื้อต้องตัว ที่ท่านอยู่ในภาวะที่ต้องการความช่วยเหลือ ให้ปฏิบัติต่อท่านได้ท่าทางปกติ เหมือน หมอ พยาบาล ที่ปฏิบัติต่อท่าน จะทำให้ท่านรู้สึกสบายใจ และ ไม่ปฏิเสธการขอความช่วยเหลือจากเรา ด้วยความเกรงใจ หรือ ความอาย

3. อารมณ์ขันที่ต้องมี

เชิญชวนเพื่อนมาเล่นด้วยสม่ำเสมอ ลูกหลาน ญาติสนิท ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันมาแวะเยี่ยม พูดคุย จับไม้จับมือ ทำให้ท่านได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้คิดเรื่องอื่น ๆ ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ได้ทบทวนความทรงจำ เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข พูดคุยหลอกล้อใส่มุขขำๆ เพื่อให้ท่านผ่อนคลาย

4. การดูแลคนที่เรารัก ด้วยการรับฟังเรื่องราว

มองท่านคือคนสำคัญของเรา ให้นึกย้อนถึงในสิ่งที่ท่านเคยทำคุณค่าไว้ให้เราในเรื่องต่าง ๆ ด้วยการพูดถึง รับฟังเรื่องราว ที่ท่านอาจจะเล่าให้ฟังเป็นรอบที่หนึ่งร้อย อย่าแสดงอาการเบื่อหน่าย แล้วบ่นว่าเล่าแล้วเล่าอีกอยู่นั่น น่าเบื่อจะตาย ให้พยายามแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจ ชื่นชม เพื่อท่านจะได้มีความภูมิใจ หรือชักชวน ซักถามในเรื่องอื่น ๆ เพื่อให้ท่านได้เล่าประสบการณ์ดี ๆ ให้เราได้รับฟัง เช่น พ่อกับแม่เจอกันได้ยังไง ใครจีบใครก่อน สมัยนั้นเค้าจีบกันยังไง
ดังที่ พระมหาสมปอง มักพูดกับ พระมหาไพรวัลย์ เสมอว่า ให้ทุกครั้งเป็นงานแรก คนที่มาฟังเรา ไม่รู้หรอกว่าเราเคยพูด เคยตอบคำถามนี้มาหลายครั้งแล้ว อย่าเบื่อหน่ายที่จะตอบคำถามญาติโยม ให้ตอบคำถามเหมือนว่าเพิ่งเคยได้ยินครั้งแรก เราก็รับฟังท่าน ให้เหมือนว่า ท่านเพิ่งเคยพูดเป็นครั้งแรก

5. ให้ท่านมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

ให้ท่านมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นด้วยอยู่เนือง ๆ ในทุก ๆ เรื่อง ควรสอบถามความคิดเห็นจากท่าน ถ้าความคิดเห็นไม่ตรงกัน ก็พยายามหว่านล้อม ชักจูง ให้ท่านมีความเห็นคล้อยตาม ด้วยการยกตัวอย่างที่น่าเชื่อถือ เพื่อเป็นการโน้มน้าว โดยอาจจะอ้างอิงบุคคลที่ท่านรู้จัก ที่ท่านเคารพ หรือแหล่งข่าวที่ท่านเชื่อถือ เป็นต้น

การดูแลคนที่เรารัก

การแก้ปัญหากลิ่นที่เกิดจากคนที่เรารักและดูแล

D-Smell Bioway  ฉีดให้ทั่วถังรองปัสสาวะที่เตรียมไว้สำหรับใช้ตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินไปเข้าห้องน้ำ จะทำให้ถังรองปัสสาวะที่ใช้แล้ว ไม่มีกลิ่นจนถึงเช้า ที่เราต้องนำถังรองปัสสาวะไปล้างทำความสะอาด

D-Smell Bioway  ใช้แทนน้ำยาปรับผ้านุ่ม ผสมในน้ำสุดท้ายของการซักผ้า ซึ่งใช้ได้ทั้งการซักเครื่อง และการซักมือ ผ้าจะไม่มีกลิ่นใด ๆ ตกค้างอยู่เลย

D-Smell Bioway  ใช้ผสมในน้ำสำหรับเช็ดตัว อัตราส่วน 20 ซีซี ต่อน้ำ 1  ลิตร ช่วยทำให้ไม่มีกลิ่นตัวจากไอของยาที่กินเป็นจำนวนมากที่ออกมาพร้อมกับเหงื่อ และยังช่วยทำให้ผิวลื่นสะอาด สบายตัว โดยไม่ต้องใช้แป้งฝุ่น ซึ่งอาจมีผลเสียในเรื่องการฟุ้งของแป้งเข้าจมูกได้

D-Smell Bioway  ใช้ฉีดพ่นไปยังบริเวณที่มีกลิ่นเหม็นโดยตรง เมื่อกลิ่นของ D-smell จางหายไป กลิ่นเหม็นก็หายไปด้วย เป็นการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากต้นตอ

D-Smell Bioway  ใช้ฉีดพ่นไปยังบริเวณพื้นห้อง แล้วใช้ไม้ถูตาม ได้ทั้งผ้าหมาดและผ้าแห้ง เป็นการถูพื้นพร้อมกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ในตัว หรือใช้ฉีดพ่นไปตามโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ โซฟา แล้วใช้ผ้าเช็ดตาม จะเป็นการเช็ดทำความสะอาดพร้อมกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เช่นกัน


สินค้านวัตกรรมสำหรับทำความสะอาด และกำจัดกลิ่น ที่ท่านอาจสนใจ


ผลิตภัณฑ์ Bioway สกัดเอนไซม์จากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นนวัตกรรมจากฝีมือนักวิจัยไทย ที่ได้รับการพิสูจน์คุณภาพและความพึงพอใจจากลูกค้ามายาวนานกว่า 10 ปี
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

?Line ID : https://lin.ee/BAJDB0i
☎️Tel. : 081-011-9993, 081-997-2204
?Facebook : BiowayNature https://goo.gl/pthpfc
?Ig : https://www.instagram.com/biowaynature2020
หรือสแกนคิวอาร์โค้ด ด้านล่างนี้ เพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ทางไลน์ได้เลยค่ะ

BiowayNature.online

แวะเข้ามาชมสินค้าทั้งหมดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ ได้เลยค่ะ

%d bloggers like this: